ติดต่อทีมงานคลิกที่นี่ terdecor@gmail.com หรือโทร 08 9115 9035 (คุณเตอร์)
กลับหน้าแรก
รับสอนนวดแผนไทยและสปา
รับตกแต่งร้านสปา
เมื่อไหร่ควรไปสปา

การนวดเพื่อผ่อนคลาย

"สปา" หรือวารีบำบัด เริ่มต้นมาจากแนวคิดการทำให้
สุขภาพดีด้วยน้ำ จนกระทั่งพัฒนามาเป็นการดูแล
สุขภาพแบบองค์รวม ที่ให้ความสนใจกับความสมดุล
ของร่างกายและจิตใจโดยวิธีธรรมชาติ สปาในปัจจุบัน
จึงผสมผสานวารีบำบัดเข้ากับวิธีการดูแลสุขภาพและ
ความงามในรูปแบบต่างๆ ตามภูมิปัญญาของแต่ละ
ท้องถิ่น โดยหันมาเน้นการเตรียมความพร้อมของ
ร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงมีภูมิคุ้มกันสูง มากกว่า
การดูแลบำบัดโรคหรือฟื้นฟูสุขภาพตามแนวคิดเดิม
ในอดีต

สำหรับบางคนการใช้บริการสปาจึงหมายถึงช่วงเวลาที่จะได้สัมผัสกับความรู้สึกโล่ง เบา ปลอดโปร่ง
ผ่อนคลาย เกิดความสงบภายใน ขณะเดียวกันก็ได้รับความสุขความเพลิดเพลินและการฟื้นฟู
สุขภาพไปพร้อมกัน

ตามที่ได้บอกแต่แรกแล้วว่า รากศัพท์ในภาษาละตินของคำว่า SPA มาจากคำว่า "Sanus
Per Acqua"
หมายถึง การมีสุขภาพดีด้วยน้ำ (Health through water) จัดเป็นการดูแลรักษา
สุขภาพด้วยการใช้น้ำบำบัด เช่น อาบน้ำในบ่อน้ำพุร้อน แช่ตัวในน้ำแร่ แช่น้ำนม อบตัว อบผิว
ด้วยไอน้ำ บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์นานาชนิด เป็นต้น

ดังนั้น ท่านที่เคยใช้บริการสปาเป็นประจำจึงมักจะพบว่าบริการอาบน้ำแร่ แช่น้ำนม อบตัวขัดผิวบำรุงผิว
ดังกล่าวจัดเป็นบริการพื้นฐานที่สปาแทบทุกแห่งต้องมี โดยเฉพาะการอบตัวประเภทอบเซาน่าและ
อบไอน้ำที่คนไทยนิยมมากในระยะหลังนี้

เวลาจินตนาการถึงสปา เราจึงมักนึกถึงห้องอบตัวจำพวกห้องเซาน่า ห้องอบไอน้ำ กับอ่างอาบน้ำใหญ่ๆ
มีกลีบกุหลาบหรือลั่นทมหอมกรุ่นลอยฟ่องสำหรับแช่ตัวเพื่อผ่อนคลายมากกว่าอย่างอื่น แต่อันที่จริงแล้ว
บริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของสปาที่ได้มาตรฐานมีมากกว่านั้นค่ะ

เป็นต้นว่า มีแพทย์ทางเลือกประจำสปาเพื่อให้คำแนะนำด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้อง รวมทั้งมี
นักโภชนาการคอยให้คำปรึกษาด้านอาหารการกินที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารมีวิตามินแร่ธาตุ
ครบถ้วน หรืออาหารพลังงานต่ำ กากใยสูงเพื่อควบคุมน้ำหนักบางแห่งอาจจะเน้นการรับประทาน
อาหารแบบแมคโครไบโอติกหรือแม้กระทั่งอาหารแบบสปาคิวซีน (Spa Cuisine) ที่กำลังฮิตติดลมบน
อยู่ยามนี้ด้วยซ้ำไป

ในทรีตเมนต์เรื่องความงามก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยอธิบายให้คำแนะนำต่างๆ ตอบข้อสงสัย
แก่ผู้ใช้บริการได้ทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ให้พนักงานนวดตัวทำตามโปรแกรมไปด้วยความเคยชิน เช่นในเรื่อง
การทำสปาผิวหน้าซึ่งหมายถึงการทำความสะอาดและเสริมอาหารบำรุงให้ลึกถึงผิวชั้นในนั้นมีวิธีการ

แบบไหนบ้าง อะไรจะได้ผลดีกว่ากันระหว่างการนวดด้วยมือ การบำบัดด้วยน้ำหรือการใช้กระแสไฟฟ้า
ซึ่งส่วนมากแล้วการทำสปาเพียงครั้งเดียวกับร่างกายและผิวพรรณโดยรวมมักจะไม่ค่อยเห็นผลชัดเจน
หรอกค่ะต้องไปทำซ้ำหลายครั้ง อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เหมือนกับการที่เราต้องออกกำลังกายอย่าง
สม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

คนที่ยังไม่เคยใช้บริการสปาอาจมีคำถามว่าทำไมจะต้องไปเสียเงินแพงๆ กับการอาบน้ำ นวดตัว บำรุงผิวพรรณมากมายขนาดนั้น เพราะบริการหลายอย่างในสปาก็ทำที่บ้านได้

ใช่ค่ะ! หากบ้านใครมีความพร้อมพอที่จะทำเองได้ขอสนับสนุนเต็มที่ บางบ้านอาจจะมีอ่างอาบน้ำ
อยู่แล้วก็ใช้ได้ บางบ้านหรูหน่อยอาจเป็นอ่างน้ำวนหรืออ่างจากูซี่

ยิ่งถ้ามีตู้อบเซาน่าด้วยก็แจ๋วไปเลย เดี๋ยวนี้เขามีตู้อบตัวแบบสำเร็จรูปขายอยู่มากมาย ราคาก็ถูกลง
กว่าเดิมมาก จะอบเช้าอบเย็นก็ลุยกันเต็มที่แบบไม่ต้องเกรงใจใครบางบ้านมีเด็กรับใช้ที่มีฝีไม้ลายมือ
เรื่องนวดตัวอยู่บ้างก็เจ๋งไปเลย แบบนี้เขาเรียกว่าสปาที่บ้านหรือ "โฮมสปา" ค่ะ

แต่ถ้าหากท่านไม่สะดวกจะทำเองและอยากไปลองใช้บริการสปาดูก็ขอบอกว่าสิ่งที่ท่าน
จะได้จากบริการสปาทั้งหลายอย่างน้อยน่าจะมีองค์ประกอบ 4 R ด้วยกัน ได้แก่


1. Time to Rejoice ได้รับความสดชื่นเบิกบานตั้งแต่เหยียบย่างเข้าไปในอาณาบริเวณของสปา
ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ซึ่งสปาทุกแห่งมักจะให้ความสำคัญกับการสร้าง
บรรยากาศของความสดชื่นเบิกบาน เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความเพลิดเพลินเจริญตาเจริญใจ
ในความงดงาม สงบเงียบของสถานที่ ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจรุงใจของไม้ดอกหอมนานาพรรณ
ตามธรรมชาติหรือกลิ่นหอมบำบัด คลอด้วยเสียงดนตรีเบาๆ ไพเราะ ในอากาศเย็นฉ่ำ จากนั้นก็จิบ
เครื่องดื่มสมุนไพรรสดีก่อนจะเข้าสู่กระบวนการนวดหน้านวดตัว ขัดสีฉวีวรรณ

2. Time to Relax ได้รับความผ่อนคลายจากการใช้บริการทำให้ความตึงเครียดลดลง คือไม่ว่า
จะเข้าไปทำอะไรในสปาก็ตาม ในช่วงเวลาสั้นๆ แค่หนึ่งหรือสองชั่วโมงนั้นอย่างน้อยที่สุดท่านควรจะ
ได้รับความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว สบายใจ สมองที่เครียดเขม็งด้วยเรื่องปวดหัวสารพัดควรจะ
เบาสบายและโล่งขึ้น ถือว่าเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง

3. Time to Reflect เมื่อความตึงเครียดลดลงแล้ว ความกังวลใจในเรื่องต่างๆ ก็ย่อมมลายหายไป
เป็นธรรมดา จากนั้นท่านก็จะล่วงเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งภวังค์ความเงียบสงบ มีสมาธิสูงสามารถนึกย้อน
กลับไปถึงสิ่งแวดล้อมเก่าๆ ที่มีความสุขในอดีต ความทรงจำรำลึกในห้วงเวลาอันแสนสุขจะย้อนกลับมา
สู่ภาวะจิตอันเงียบสงบได้ไม่ยาก

4. Time to Revivalise เติมพลังชีวิตใหม่ให้เข้มแข็งขึ้นจากจิตใจที่เป็นสุขในภวังค์แห่งความสงบ
ตามธรรมชาติ เมื่อร่างกายแข็งแรงจิตใจเข้มแข็งพลังชีวิตที่สมบูรณ์ย่อมเกิดแก่ทุกคน

เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกอ่อนล้า อยากได้กำลังวังชากลับคืนมาพร้อมกับความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ
ก็ลองไปใช้บริการสปาดู แต่จะไปที่ไหนก็ควรดูให้แน่ใจเสียก่อนว่ามีบริการตามที่ต้องการหรือไม่

แม้องค์กรสปาระหว่างประเทศ (ISPA)จะจัดแบ่งสปาออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆถึง 7 กลุ่ม ด้วยกัน

แต่สปาในไทยส่วนใหญ่แล้วมีเพียง 4 กลุ่ม หลักๆ ได้แก่ เดย์สปา โรงแรมและรีสอร์ตสปา
เดสทิเนชั่นสปา และเมดิคอลสปา

เดย์ สปา เป็นประเภทของสปาที่เปิดบริการมากที่สุดในเวลานี้ มักจะเน้นเรื่องความงามและการบำบัด
ให้คลายเครียดในเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องเข้าคอร์สปรับเรื่องโภชนาการ อาหารการกินหรือการ
ออกกำลังกาย เป็นธุรกิจที่ขยายตัวค่อนข้างสูงในระยะ 5 ปี ที่ผ่านมา เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่มาก
เหมือนธุรกิจ สปาประเภทอื่นอาจใช้อาคารสำนักงานหรือบริเวณบ้านที่ร่มรื่นดัดแปลงเป็นเดย์สปาได้
ไม่ยากมีโปรแกรมให้บริการช่วงเวลาสั้นๆ ตั้งแต่ 30 นาที ถึง 1-2 ชั่วโมงจึงมีลูกค้าหมุนเวียนมา
ใช้บริการในปริมาณมาก

เดย์สปาหลายแห่งมีจุดเด่นเรื่องทรีตเมนต์ความงาม นวดหน้า ขัดผิวอบตัว ซึ่งบางแห่งอาจมี
เครื่องสำอางสมุนไพรเฉพาะของตัวเองไว้บริการส่วนการบำบัดคลายเครียดนั้นใช้ทั้งอโรมาเธอราพิ
ในการนวดน้ำมันหอมระเหย และการนวดแผนไทยยืดเส้น

โรงแรม และ รีสอร์ตสปา มีกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคตามโรงแรมและรีสอร์ตใหญ่ๆ ในสถานที่
ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย สมุย พัทยา หัวหิน ฯลฯ เน้นให้เป็นสถานที่พักผ่อน
หย่อนใจ ให้ความสำคัญกับการนวดตัวมากกว่าทรีตเมนต์เรื่องความงาม เพราะผู้ใช้บริการมักเป็นแขก
โรงแรมและรีสอร์ต ซึ่งเป็นลูกค้าชั่วคราวที่ไม่มีโอกาสกลับมาใช้บริการซ้ำ ทรีตเมนต์ความงามนั้น
จะได้ผลดีต้องใช้บริการซ้ำหลายๆ ครั้ง

เดสทิเนชั่นสปา หรือ "รีทรีต สปา"
ในไทยมีตัวอย่างที่โด่งดังไปทั่วโลกคือ "ชีวาศรม" ซึ่งเป็น
ทั้งรีสอร์ตและสปาในเวลาเดียวกัน และยังเป็นสถานฟื้นฟูสุขภาพที่ได้รับการยอมรับยกย่องชื่นชมจาก
นานาชาติ ขึ้นชั้นสปาระดับสุดยอดของโลกแห่งหนึ่ง มีการใช้วารีบำบัดมาช่วยฟื้นฟูสุขภาพควบ
คู่ไปกับการฝึกโยคะ ขณะเดียวกันก็เข้มงวดเรื่องอาหารการกิน ในการฟื้นฟูสุขภาพต้องปรับโภชนาการ
ใหม่ เน้นการรับประทานผักสด ผลไม้สด เนื้อปลา งดเนื้อสัตว์ใหญ่ งดบุหรี่-แอลกอฮอล์

เมดิคอลสปา เป็นที่นิยมในต่างประเทศมานานแล้ว แต่เพิ่งได้รับความนิยมในไทย โดยพัฒนาจาก
สปาเพื่อความงามมาเป็นสปาเพื่อสุขภาพและการบำบัดรักษาสำหรับกลุ่มที่ต้องการรักษาหรือบำบัด
สุขภาพควบคู่ไปกับการรักษาโรคโดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้เกษียณจากการ
ทำงาน เป็นหลัก ทั้งนี้ เมดิคอลสปาจะผสมผสานองค์ความรู้ระหว่างการแพทย์ที่ทันสมัยแบบตะวันตก
กับศาสตร์ทางการแพทย์แบบตะวันออกเพื่อเสริมสร้างการดูแลรักษาสุขภาพแนวใหม่เน้นแก้ปัญหาที่
ต้นเหตุของการเกิดโรค ตลอดจนการรู้จักดูแลตนเองเลือกใช้ศาสตร์ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
ในกรณีที่มีโรคประจำตัว โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง เมดิคอลสปาที่เปิดบริการ
ในไทยมักเป็นส่วนหนึ่งของคลีนิคเอกชนหรือในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เช่น "เอสเมดิคอลสปา
ที่โรงพยาบาลวิภาวดี และ โรงพยาบาลนครธน เป็นต้น

มีตัวเลขที่อยากบอกให้รู้ว่า ผู้ที่ไปใช้บริการสปาถึง 90% เป็นผู้หญิงค่ะ ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เลยที่ทรีตเมนต์เรื่องความงามของสปาจึงเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญกว่าอย่างอื่น ให้คุณสาวๆ ควักกระเป๋า
ออกมาใช้จ่ายเพื่อเสพสุขในโลกแห่งสปาโดยไม่รู้สึกเสียดมเสียดายอะไรนัก

1. Aroma Steam หรือ Herbal Steam เป็นการกระตุ้นร่างกายด้วยความร้อนเพื่อให้รูขุมขน
ในร่างกายเปิดกว้างพร้อมที่จะขับสารพิษออกมากับเหงื่อ วิธีการนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะ
ขั้นตอนง่ายไม่ซับซ้อน ทำเองโดยไม่ต้องพึ่งพาพนักงานก็ได้ ขอแค่ให้มีอุปกรณ์เครื่อง sauna
พร้อมเท่านั้น

2. Scrub คือการกระตุ้นระบบการหมุนเวียนของเลือดด้วยการขัดผิวด้วยพืชพรรณจากธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นพืชสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์จากท้องทะเลจำพวกเกลือทะเล สาหร่าย ฟองน้ำเพื่อขจัด
เซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปเซลล์ผิวใหม่จะได้ขึ้นมาทดแทน วิธีสครับนี้จะช่วยให้สุขภาพ
ผิวดีขึ้น ผิวพรรณนุ่มเนียน สีผิวสวยสม่ำเสมอ

3. Body Wrap หมายถึง การห่อร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีสรรพคุณพิเศษ เช่น
สาหร่ายทะเล หรือโคลนทะเล สมุนไพรบางชนิด การห่อหุ้มร่างกายนี้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนในการ
ดูแลฟื้นฟูสภาพผิวไปพร้อมกับการช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของเนื้อตัว ระหว่างที่ห่อร่างกาย
ด้วยโคลนหรือสมุนไพร อุณหภูมิภายในจะสูงขึ้น จึงเปิดรูขุมขนให้กว้างเพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย
ได้สะดวก ช่วยให้ร่างกายสงบและผ่อนคลายอย่างลึกล้ำ

4. Hydro Therapy คือกระบวนการบำบัดด้วยน้ำ โดยใช้อุณหภูมิร้อน-เย็นของน้ำเป็นเครื่องมือ
บำบัด สปาบางแห่งอาจให้นอนแช่ในอ่างที่ผสมน้ำมันหอมระเหย และเกลือแร่ธรรมดา (Aroma Bath)
บางแห่งให้นอนแช่ในอ่างที่โรยกลีบดอกไม้ไว้เต็ม (Floral Bath) แล้วหยดน้ำมันหอมระเหยกับเกลือ
แร่ลงไปผสม วิธีแช่ตัวแบบนี้จะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายได้ดีนอกจากนั้นยังมีการอาบน้ำที่เรียกว่า
Swiss shower คือยืนอาบน้ำร้อนสลับกับน้ำเย็นที่พุ่งออกมาจากฝักบัวพร้อมกัน810 จุดทั่วร่างกาย
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของโลหิต และการอาบน้ำแบบVichyshower เป็นการบำบัดด้วย
แรงดันน้ำ โดยให้นอนใต้แรงดันของน้ำที่พุ่งออกมากระทบร่างกายช่วยเปิดรูขุมขนเพื่อให้สมุนไพร
ต่างๆ ที่นำมาพอกตัวภายหลังสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังชั้นในได้ดีขึ้นการอาบน้ำแบบนี้นอกจากจะช่วย
ให้ผ่อนคลายหายเครียดแล้วยังลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ด้วย

5. Body Massage การนวดร่างกาย เป็นทางเลือกยอดนิยมของการไปสปา ช่วยให้ร่างกาย
ผ่อนคลายได้ดีเยี่ยม จัดเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยให้ขั้นตอนอื่นๆ ที่กล่าวมาได้ผลสมบูรณ์ โดยสปา
แต่ละแห่งจะมีรูปแบบการนวดต่างกันไป แต่หลักๆ มีสองอย่างคือนวดแผนไทยกับนวดบำบัด "อโรมา" ด้วยน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆ

ถึงบรรทัดนี้คงรู้แล้วใช่ไหมคะว่า เมื่อไหร่จึงควรจะไปสปา...

ที่มา : http://student.nu.ac.th/podjamas/spawhen/spaW.html



กลับหน้าแรก
head

Decor
Training
@ Nathanan
ติดต่อกับทีมงาน
Cover1
11