ติดต่อทีมงานคลิกที่นี่ terdecor@gmail.com หรือโทร 08 9115 9035 (คุณเตอร์)
กลับหน้าแรก
รับสอนนวดแผนไทยและสปา
รับตกแต่งร้านสปา
สุวคนธบำบัด Aroma Therapy
ในปัจจุบัน มนุษย์เริ่มหันมาเอาใจใส่ต่อสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะมี
วิธีใดที่ทำให้สุขภาพกาย สุขภาพใจดี จะแสวงหามาสู่ตนเองเสมอ
ประกอบกับกระแสความนิยมในการกลับสู่ธรรมชาติมีมากขึ้น
คนเราจึงพยายามปรับตัวเองเข้าสู่ธรรมชาติให้มากที่สุด
สุวคนธบำบัดหรือ Aromatherapy เป็นวิธีการรักษาอีกทางเลือก
หนึ่งที่นำพืชหรือสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมมาใช้ประโยชน์ในการรักษา
ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจที่จริงแล้วสุวคนธบำบัดมีการใช้กัน
มานานและได้หยุดความนิยมลงช่วงหนึ่งก่อนที่จะกลับมาได้รับ
ความสนใจอีกครั้งในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา

สุวคนธบำบัด (Aromatherapy) คืออะไร
Aromatherapy  มาจากคำว่า  aroma  ซึ่งแปลว่า  กลิ่นหอม  และ  therapy หมายถึง การบำบัด
รักษา Aromatherapy หรือ สุวคนธบำบัด  จึงหมายถึง การบำบัดรักษาด้วยกลิ่นหอม โดยที่กลิ่นหอม
นี้ส่วนใหญ่ได้จากน้ำมันหอมระเหย (essential  oil) ที่สกัดได้จากส่วนต่างๆของพืชเช่น  จาก  ดอก
ใบ  ราก  ผล เปลือกไม้ ยางไม้หรือเรซิน  เป็นต้น

ประเภทของสุวคนธบำบัด
สุวคนธบำบัด สามารถแบ่งตามการนำไปใช้ได้ดังนี้

1. สุวคนธบำบัดสำหรับใช้เป็นเครื่องสำอาง  (Cosmetic  Aromatherapy)   เป็นการใช้น้ำมันหอม
ระเหยที่อยู่ในรูปของ  ครีมบำรุงผิว โทนเนอร์   แชมพู  ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า หรือจะเป็น
การใช้น้ำมันหอมระเหยในการอาบน้ำ  โดยหยดน้ำมันหอมระเหยประมาณ 6-8 หยดลงในอ่างแช่ตัว
ประมาณ 20  นาที  ความร้อนจากน้ำอุ่นจะช่วยเพิ่มการซึมผ่านผิวหนังและได้สูดดมกลิ่นของน้ำมัน
หอมระเหยในขณะเดียวกัน

2.   สุวคนธบำบัดสำหรับการนวด (Massage  Aromatherapy) เป็นการนำน้ำมันหอมระเหยมาใช้
ในการนวด วิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากเพราะเป็นการใช้น้ำมันหอมระเหยประกอบกับการนวดสัมผัส
ทำให้น้ำมันหอมระเหยซึมผ่านผิวหนังได้ดี ปกติแล้วการนวดเพียงอย่างเดียวก็ทำให้เรารู้สึกสบายแล้ว
เมื่อได้ผสมผสานกับคุณสมบัติพิเศษของน้ำมันหอมระเหยด้วยแล้ว ยิ่งทำให้การนวดนั้นมีประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึ้น วิธีการใช้ก็คือนำน้ำมันหอมระเหยที่เลือกให้เหมาะกับอาการและอารมณ์์ของคนไข้มาเจือจาง
ด้วย carrier oil  ปริมาณน้ำมันหอมระเหยที่ใช้จะอยูู่่ระหว่าง 13% การนวดอาจจะนวดทั้งตัวหรือนวด
เฉพาะส่วนของร่างกายที่ทำให้ไม่สบาย เช่น การใช้น้ำมันสะระแหน่ที่เจือจางแล้วนวดท้องตามเข็ม
นาฬิกาเพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร เป็นต้น

 3. สุวคนธบำบัดสำหรับการสูดดม (Olfactory Aromatherapy) เป็นการสูดดมกลิ่นของน้ำมัน
หอมระเหยโดยไม่มีการสัมผัสผ่านผิวหนัง แบ่งเป็น 2 กรณีคือการสูดดมน้ำมันหอมระเหยโดยตรง (Inhalation) และการผสมน้ำมันหอมระเหยลงในน้ำร้อนแล้วสูดไอของน้ำมันหอมระเหยนั้น (Vaporization) วิธีการสูดดมน้ำมันหอมระเหยโดยตรง สามารถทำได้ง่ายๆก็คือ หยดน้ำมันหอมระเหย
1-2 หยดลงบนผ้าเช็ดหน้า แล้วสูดดมเช่นเดียวกับที่คนไทยนิยมสูดดมน้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันการบูร เพื่อบรรเทาอาการหวัด ส่วนวิธีสูดดมไอของน้ำมันหอมระเหยนั้นทำได้หลายวิธีเช่น หยดน้ำมัน
หอมระเหย 2-3 หยดลงในชามอ่างที่ใส่น้ำอุ่น ใช้ผ้าคลุมศีรษะและชาม แล้วก้มลงสูดดมไอระเหยนั้น
พักเป็นระยะๆ วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง และผู้ที่เป็นหอบหืด หรืออีกวิธีหนึ่งอาจใช้เตาหอม
(aroma lamp) ลักษณะเป็นภาชนะดินเผาหรือเซรามิกด้านบนเป็นแอ่งเล็กๆ สำหรับใส่น้ำและมีช่อง
ด้านล่างสำหรับใส่เทียนเพื่อให้ความร้อน เวลาใช้ให้หยดน้ำมันหอมระเหยลงในน้ำ เมื่อน้ำร้อนจะช่วย
ส่งกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง นอกจากนี้ยังมีวิธีการใช้ในรูปแบบอื่นๆ อีกเช่น 
ธูปหอม เทียนหอม เป็นต้น

น้ำมันสำหรับเจือจาง (Carrier Oil)

เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากพืชนั้นจะมีความเข้มข้นสูงมาก ถ้านำมาใช้โดยตรงอาจก่อ
ให้เกิดความระคายเคืองได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเจือจางโดยใช้ carrier oil  ซึ่งเป็นน้ำมันจากธรรมชาติ
ที่ไม่มีกลิ่นหรือมีกลิ่นน้อยที่สุด เพื่อที่จะไม่มาบดบังกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย และควรผสมเข้ากันกับ
น้ำมันหอมระเหยได้เป็นอย่างดี  ตัวอย่าง carrier oil ที่ดีเช่น

- น้ำมันสวีทอัลมอนด์ (Sweet  Almond Oil) น้ำมันชนิดนี้รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยโรมัน ใช้บำรุงผิวและ
รักษาแผล สามารถซึมสู่ผิวหนังได้ดี เหมาะสำหรับผิวแห้งและแพ้ง่าย

- น้ำมันฮาเซลนัท ( Hazelnut Oil ) เป็นน้ำมันที่เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวเสีย น้ำมันชนิดนี้จะมี
กลิ่นของถั่วเล็กน้อย สามารถผสมได้ดีกับน้ำมันกระดังงา น้ำมันไม้จันท์ (sandalwood oil)

- น้ำมันโจโจบา ( Jojoba Oil ) ได้จากผลของต้นโจโจบา พบมากตามพื้นที่ที่เป็นทะเลทราย เช่น 
ในประเทศเม็กซิโก เนื่องจากสามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ดี น้ำมันโจโจบาเป็นน้ำมันที่ไม่มีกลิ่น
และมีคุณสมบัติเด่นหลายประการเช่นมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Antiinflammatory) มีคุณสมบัติเป็น

อิมัลซิฟายเออร์ จึงมักใช้ในผลิตภัณฑ์จำพวก  แชมพู  ครีมนวดผม ฯลฯ นอกจากนี้น้ำมันโจโจบายังมี
คุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดอีกด้วย โดยมีค่า SPF = 4 จึงเหมาะสำหรับใช้เป็น carrier oil
ในผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด

- น้ำมันวีทเจอร์ม (Wheat Germ Oil) น้ำมันชนิดนี้มีสีแดงและมีกลิ่นค่อนข้างแรง มีเล-ซิทิน
วิตามินเอ ดี และอี สูงมักใช้ผสมกับ carrier oil ตัวอื่นเหมาะสำหรับผิวแห้งและมีริ้วรอย

- น้ำมันมะพร้าว มักใช้เป็น carrier oil ในผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด

- น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันที่มีกลิ่นค่อนข้างแรง มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและรักษาแผล จึงมักใช้น้ำมัน
มะกอกในผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลรักษาผิวที่ติดเชื้อ และรักษาอาการปวดตามข้อ

ตัวอย่างและวิธีเตรียมน้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในสุวคนธบำบัด...

น้ำมันหอมระเหยที่นำมาใช้ในสุวคนธบำบัดนั้นมีมากมายหลายชนิด จะขอยกตัวอย่างพอสังเขปดังนี้

1. น้ำมันโรสแมรี่ (rosemary oil) สกัดได้จากส่วนดอกและใบของโรสแมรี่ (Rosemarinus officinalis )
น้ำมันมีสีเหลืองใสมีกลิ่นคล้ายการบูรผสมกลิ่นเนื้อไม้ มีคุณสมบัติในการกำจัดแบคทีเรียได้ดี ทำให้รู้สึก
สดชื่น มีสมาธิและมีกำลังใจ ถ้าใช้ร่วมกับการนวดจะให้ความรู้สึกอบอุ่นและกระตุ้นการไหลเวียนของ
โลหิตเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมัน

2. น้ำมันลาเวนเดอร์ (lavender oil) สกัดได้จากดอกลาเวนเดอร์ (Lavandula officinalis Chaix)
น้ำมันมีกลิ่นหอมสดชื่น ทำให้สงบและผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการรักษาบาดแผล ผดผื่น
ช่วยกำจัดแบคทีเรีย กระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ และช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ เมื่อใช้ร่วมกับ
การนวดจะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และช่วยให้หลับสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง

3. น้ำมันคาโมมายล์ (chamomile oil) สกัดได้จากดอกของคาโมมายล์ Matricaria chamomilla
Linn. (German chamomile) หรือ Anthemis nobilis Linn. (Roman chamomile) มีฤทธิ์
ต้านอาการ
อักเสบและช่วยลดอาการเจ็บปวด ช่วยให้สงบ มีสมาธิ และผ่อนคลายจากความตึงเครียด
เหมาะ
สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง มักใช้ในผลิตภัณฑ์จำพวกน้ำมันนวด แชมพู ครีมนวดผม เป็นต้น

4. น้ำมันยูคาลิปตัส (eucalyptus oil)ได้จากใบของยูคาลิปตัส (Eucalyptus globulus Labill.) 
มีกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยให้หายใจโล่ง รักษาอาการหวัด คัดจมูก ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งและมีสมาธิ

นอก
จากนี้ยังมีคุณสมบัติในการกำจัดแบคทีเรีย เมื่อใช้ร่วมกับการนวดจะช่วยให้สดชื่น ฟื้นฟู
สมรรถภาพของร่างกาย ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวธรรมดาถึงผิวมัน

5. น้ำมันกุหลาบ (rose oil) ได้จากดอกกุหลาบ (Rosa damascena Mill.) มีกลิ่นหอมหวาน 
ให้ความรู้สึก
ถึงความเป็นผู้หญิงและความรักช่วยให้มีกำลังใจและมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคได้ดี
น้ำมัน
กุหลาบเป็นน้ำมันที่มีราคาแพงมาก เนื่องจากในการผลิตน้ำมันกุหลาบ 1 กิโลกรัม จะต้องใช้
ปริมาณ
ดอกกุหลาบถึง 10 ตันทีเดียว น้ำมันกุหลาบเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งและแพ้ง่าย

6. น้ำมันเปปเปอร์มินต์ (peppermint oil) ได้จากใบเปปเปอร์มินต์ (Mentha  piperita Huds.)
มีกลิ่นหอมเย็นซ่าของเมนทอลซึ่งเป็นองค์ประกอบหลัก น้ำมันเปปเปอร์มินต์มีคุณสมบัติในการกำจัด
แบคทีเรีย ช่วยให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมัน และไม่ควรใช้กับผิวที่แพ้ง่าย

7. น้ำมันกระดังงา (ylang ylang oil) ได้จากดอกกระดังงา (Cananga odorata Hook.) น้ำมันมี
กลิ่นหอมเย้ายวน ช่วยให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียด ทำให้สงบ ลดอาการซึมเศร้า เมื่อใช้นวดตัว
จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

8. น้ำมันโหระพา (basil oil) ได้จากใบโหระพา (Ocimum  basilicum Linn.) น้ำมันมีกลิ่นหอมหวานปนกลิ่นเครื่องเทศ มีคุณสมบัติช่วยให้สงบ มีสมาธิ ลดอาการซึมเศร้า บรรเทาอาการปวดหัวจากไมเกรน

9. น้ำมันแฝกหอม (vetiver oil) ได้จากรากของแฝกหอม (Vetiveria zizanioides Nash)   น้ำมันแฝกหอมมีสีเหลืองเข้มจนถึงน้ำตาล ลักษณะค่อนข้างเหนียว มีกลิ่นหอมหนักๆปนกับกลิ่นไม้  ช่วยทำให้จิตใจสงบ คลายเครียด และปรับสภาพความสมดุลของจิตใจ

10. น้ำมันมะนาว (lime oil) ได้จากเปลือกของผลมะนาว (Citrus  aurantifolia Swing.) น้ำมันมี
สีเหลืองอ่อนมีกลิ่นหอมสดชื่นของมะนาว  ช่วยกระตุ้นสภาพร่างกายและจิตใจให้แจ่มใส เบิกบาน  นอกจากนี้น้ำมันมะนาวยังมีคุณสมบัติเป็นสารกำจัดกลิ่นและช่วยบำรุงผิว จึงเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์
จำพวกแชมพู โลชั่น และผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่น (deodorant)

น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้นอกจากจะนำมาใช้เพียงลำพังชนิดเดียวแล้ว อาจนำมาผสมกับน้ำมันชนิดอื่นๆ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดีขึ้น ดังตัวอย่างส่วนผสมเหล่านี้

- น้ำมันนวดตัวเพื่อการผ่อนคลาย

น้ำมันไม้จันท์ 10 หยด
น้ำมันลูกผักชี 2 หยด
น้ำมันคาโมมายล์ 5 หยด
น้ำมันกุหลาบ 2 หยด
ผสมน้ำมันเหล่านี้ให้เข้ากันแล้วเจือจางด้วยน้ำมันโจโจบา 50 มิลลิลิตร

- น้ำมันนวดตัวเพื่อความสดชื่น

น้ำมันส้มเขียวหวาน 10 หยด
น้ำมันดอกส้ม (neroli) 2 หยด
ผสมน้ำมันทั้งสองชนิดนี้แล้วเจือจางด้วยน้ำมันอัลมอนด์  50  มิลลิลิตร

- น้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในการสูดดมเพื่อความสดชื่น

น้ำมันเบอร์กาม็อท 5 หยด
น้ำมันลาเวนเดอร์ 3 หยด
น้ำมันมะนาว 2 หยด
น้ำมันเลมอน 1 หยด
น้ำมันเพทิทเกรน (petitgrain) 3 หยด

- น้ำมันหอมระเหยเพื่อคลายเครียด  สำหรับใช้กับเตาหอม
(aroma  lamp)

น้ำมันกุหลาบ 2 หยด
น้ำมันลาเวนเดอร์ 4 หยด

ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหยสำหรับสุวคนธบำบัด

ในการใช้น้ำมันหอมระเหยสำหรับสุวคนธบำบัดนั้น ก่อนใช้เราควรศึกษาวิธีการใช้ให้ละเอียดก่อน
เพราะถึงแม้ว่าวิธีการใช้จะง่ายแต่ก็มีข้อมูลอีกหลายอย่างที่ควรทราบและพึงระวัง

1. ควรเจือจางน้ำมันหอมระเหยด้วย carrier oil ก่อนใช้ เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยที่เข้มข้นอาจทำให้
เกิด
การระคายเคืองได้ และไม่ควรให้น้ำมันหอมระเหยสัมผัสบริเวณรอบดวงตาและผิวที่อ่อนบาง

2. ก่อนใช้น้ำมันหอมระเหยควรทดสอบก่อนว่าเกิดอาการแพ้หรือไม่ โดยทาน้ำมันหอมระเหยที่เจือจาง
แล้วบริเวณท้องแขนด้านใน หากเกิดผื่นแดง คัน ระคายเคือง หรือผิวไหม้  ให้หยุดใช้ทันที

3. น้ำมันหอมระเหยบางชนิดเหนี่ยวนำให้ผิวหนังมีความไวต่อแสง (Photosensitive) เช่น
น้ำมันมะกรูด น้ำมันมะนาว น้ำมันผิวส้ม ฯลฯ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงภายหลัง
จากการใช้น้ำมันเหล่านี้เป็นเวลาอย่างน้อยที่สุด 4 ชั่วโมง

4. สตรีที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันต่อไปนี้คือ น้ำมันโหระพา  น้ำมันกานพลู 
น้ำมันเปปเปอร์มินต์ น้ำมันกุหลาบ น้ำมันโรสแมรี่ น้ำมันแครี่เซจ (clary sage oil) น้ำมันไทม์
(thyme oil) น้ำมันวินเทอร์กรีน (wintergreenoil) น้ำมันมาร์โจแรม (marjoram oil) และเมอร์ (myrrh)

5. ผู้ที่เป็นโรคลมชัก และผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยง น้ำมันโรสแมรี่ น้ำมันเซจ (sage oil)  และน้ำมันไทม์ (thyme oil)

6. ควรเก็บน้ำมันหอมระเหยในขวดที่มีสีเข้ม  ในที่ปลอดภัย ห่างจากมือเด็ก และเปลวไฟ

7. ไม่ควรรับประทานน้ำมันหอมระเหย  นอกจากได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

8. การใช้น้ำมันหอมระเหยสำหรับเด็ก  ต้องปรับขนาดและปริมาณการใช้ให้เหมาะสมกับอายุด้วย

ข้อมูล :: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

ที่มา : http://student.nu.ac.th/podjamas/suvakanAloma/suvakon.html

กลับหน้าแรก
head

Training
Decor
@ Nathanan
Cover1
1
ติดต่อกับทีมงาน
8
10
7
6